M:สวัสดีครับ นกยูง เป็นยังงัยบ้างสบายดีมั้ย ทำอะไรอยู่เอ่ยตอนนี้
P:สวัสดีค่ะ ตอนนี้ก็สบายดี ค่ะ กำลัง เตรียมตัวสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโท กับ เตรียมตัวสอบวัดระดับ ภาษาญี่ปุ่นตอนสิ้นปีนี้อยู่ค่ะ
M:เกี่ยวกับการสอบ ปริญญาโทนี่ มีแปลนที่จะเรียนเกี่ยวกับอะไรครับ
P:แผนที่วางเอาไว้ตอนนี้ ก็ยังหนีไม่พ้นทางด้านภาษาญี่ปุ่นอีกเช่นเคย ก็ตอนนี้ ยังอยู่ในช่วงเตรียมตัว ก็เลยใช้เวลา ตรงนี้ พยนายาม หาตัวเองด้วยว่า ชอบอะไรกันแน่ ระหว่าง วรรณคดี กับ ทางด้านสังคม
M:แล้วเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นนี่ อยากทราบว่า ได้มีโอกาสใช้ในชีวิตประจำวันมากน้อยเพียงใด
P:ก็ถ้าให้พูดตามตรง ก็ไม่ค่อยมีเท่าไร ถ้าไม่ได้ทำงานทางด้านเกี่ยวกับ การเป็น ล่าม หรือ การแปล น่ะนะ
M:จะเป็นการเสียมารยาทมั้ย ถ้าจะรบกวนถามเกี่ยวกับงานล่าม ที่เคยทำ
P:ไม่เลย ถามได้ ก็ก่อนหน้านี้ก็ทำที่บริษัทร่วมทุนระหว่าง ไทย กับ ญี่ปุ่น ผลิตชิ้นส่วนประกอบ กล้องดิจิตอล และ หลอดไฟ แอลอีดี
M: อยากให้พูดเกี่ยวกับ การทำงานที่โน่น รูปแบบงาน และ ลักษณะการทำงานครับ
P:การทำงานที่นั่นก็ ส่วนมากจะทำหน้าที่แปลระหว่าง นายญี่ปุ่น กับ พี่ๆเมเนเจอร์คนไทย และ หัวหน้างานในไลน์การผลิต เวลาแปล ก็ คงจะเรียกได้ว่า ต้องครอบจัรวาลกันนิดนึง เพราะ จะต้องเจอตั้งแต่ศัพท์ในชีวิตในประจำวัน ศัพท์เฉพาะในการผลิต เคมีภัณฑ์ การบัญชี และ ศัพท์ทางธุรกิจ ซึ่ง...ไม่เคยพบเจอมาก่อนในห้องเรียน ก็... เปิดโลกทัศน์ดีนะ
M:มีอะไรที่คิดว่าเป็นเสน่ห์ของการเป็นล่าม
P:เสน่ห์ของการเป็นล่ามเหรอ...อืม ... อาจจะตรงที่การได้พูดสองถึงสามภาษากันในคราวเดียวนี่ล่ะมั้ง อันนี้ก็พูดมากไม่ได้ เพราะ จะให้พูดแล้ว ระยะเวลาในการทำงาน ของเราเอง ก็ไม่ได้นาน เท่ากับเพื่อนคนอื่น จุดดี แน่ล่ะ เงินเดือนดีทีเดียวสำหรับ คนจบใหม่
M:เสียดายมั้ย ที่เลิกทำงานนี้แล้ว
P:เสียดายซิ่ ฮ่ะๆ ถึงจะบอกว่า "ม่ายยย ฉันไม่อยากทำงานนี้ ไม่ใช่ตัวฉันเลย" ร้องงอแงไป...แต่เงินก็ยังเป็นเงิน ... เราก็ต้องหาเลี้ยงชีพกันต่อไปจริงไหม
M:แล้วที่บอกว่าไม่ใช่ตัวเรานี่ ยังงัยเอ่ย
P:คือ ไม่ใช่ คนพูดมาก หรือว่า ปกปิดอารมณ์ หรือ ข้อมูลเก่งไง รับความกดดันได้ไม่ดีด้วย ก็เลยคิดว่า นี่เป็น งานที่ไม่เหมาะ กับ ตัวเองซักเท่าไรนัก อีกอย่าง ตั้งแต่ เข้าชั้นมัธยมมา ก็ คิดมาตลอดว่า อาชีพเดียวที่อยากจะทำ คือการได้เป็นนักเขียน
M:แล้วคาดคิดกับอนาคตงานนักเขียนยังงัยบ้าง
P:ก็หวังใจไว้ว่า ซักวันนึง คงจะมีคนเห็น คุณค่างานของเรา แล้ว หยิบไปตีพิมพ์บ้าง สิ้นปีนี้ก็กะเอาไว้ว่า จะเขียนให้ได้ ซักเล่มนึง ส่งประกวดน่ะ
M:แล้วภาษาที่เรียนมา คิดว่าจะปรับใช้กับงานเขียนอย่างไร
P:มันมีความเกี่ยวข้องกันด้วยเหรอ?....อืม ก็คิดว่า อย่างน้อย เราก็ใช้วิชาครีเอทีฟไรท์ติ้งให้เป็นประโยชน์ได้นะ กับการเรียบเรียง คำพูด กับการ เขียนโครงเรื่อง อะไรแบบนั้น แต่ จะว่าไป มันออกจะทำให้สับสนมากกว่า
M:เรียกว่า งานเขียนที่ชอบ จะมีรูปแบบอีกแบบ ที่ไม่ต้องอิงทฤษฏีว่างั้น
P:ความจริงแล้ว ทฤษฏีเป็นเพียงแนวทาง นะ ในความคิดเรา แต่ การที่จะทำให้เราไปถึง จุดที่เราวางเอาไว้ได้ ยังไง นั้น มันอยู่ ที่ความคิดสร้างสรรค์ และ ทักษะในการเลือกใช้ คำที่ ต้องค่อยสะสมกันไป จนถึงตอนนี้ กับการเขียนเรื่อง เขียนนิยาย อย่างเป็น จริงเป็น จังก็ ปาเข้าไป หก ปีได้แล้ว เรื่องสั้น ที่เคยเขียนมากกว่า ยี่สิบเรื่อง กับ เรื่องยาว ที่จบทั้ง รวม และไม่ได้ รวมเล่ม สามเรื่อง ก็ยังคิดว่า ตัวเองยังทีอะไรที่ต้องปรับปรุง ต้อง พัฒนา และ พยยาม อีกเยอะเลยทีเดียว หากจะให้เปรียบแล้ว เราคงยังเป็นแค่ เศษดินอะไรซักอย่าง การจะก้าวเข้าไปป็น ดาวในวงการเขียนได้นั้น คงยังอีกยาวไกล แต่ถึงอย่างนัน ก็ รักที่จะเขียนมากเลย
M:ดูๆแล้วก็มีงานเขียนมากมาย แล้วส่วนมากจะเป็นรูปแบบใดเอ่ย
P:ถ้าพูดถึงสไตล์แล้ว ส่วนใหญ่ ก็จะเป็น แนว โรแมนติคนะ แบบ อบอุ่นๆ (อันนี้ มีแฟนเขาชอบคอมเม้นต์มา ) จะมีแนวสยองชวัญบ้างเป็นบางครั้ง แอคชั่นนิดหน่อย ตลกเล็กๆ แต่ส่วนมากก็จะอยู่ที่โรแมนติค
M:ชอบไสตล์ไหนที่ชื่นชอบเป็นพิเศษครับแบบใด และคิดว่าที่ถนัดแบบใด
P:คิดว่าถนัดแนวโรแมนติคนี่ล่ะ ...มันเหมือนกับ ค่อยๆ ไหลออกมาเองจากสมอง มันออกมาตามธรรมชาติ เราไม้ต้องไปเค้นไปเฟ้นอะไรกับมันมากนัก เพราะอย่างแนวแแอคชั่น หรือ สยองขวัญมันต้องการ ทั้งเรื่องราว คำที่จะต้องแสดงให้เห็นถึงอารมณ์มากกว่า แต่กับ โรแมนติคแล้วดูเหมือนว่า อะไรก็ได้ สบายๆ คำว่าโรแมนติค นี่ไม่ได้ ต้อง ขึ้นอยู่ กับคำว่า "รัก " อยู่แค่อย่างเดียว บางครั้ง เขียนออกมา ตัวละครไม่ได้บอก "รัก" กันเลยด้วยซ้ำไป
M:แล้วส่วนตัวหละ มีอะไรที่คิดว่าโรแมนติก ในตัว
P:ไม่มี ก็อาจจะมีบ้างเล็กๆ น้อย ๆด้วย ว่า เป็นพวกช่างจินตนาการช่างฝันอยู่แล้ว แต่...จะทำจริงไหมมันก็อีกเรื่อง ปัญหา คือมันไม่มีใครให้มาโรแมนติคด้วยนี่ซิ่
M:นั่นสิ ไม่มีเลยเหรอ
P:ความโรแมนติคน่ะเหรอ ไม่มีเท่าไหร่นะ
M:คนที่จะมาโรแมนติกด้วยหละ
P:ฮ่า..... มีให้เราหยอกมุขใส่น่ะมี แต่ดูจะไม่ค่อยสนใจเท่าไร แบบหยอกมุขไปปุ๊บ คุณเธอยันกลับปั๊บ
M:ก็พอมีไว้ศึกษาซู่ซ่าว่างั้น
P:ก็.... พอมีไว้เป็นแรงใจบ้าง ถึงเขาจะไม่สนใจเราเลยก็เถอะ
M:งั้นเปลี่ยนเรื่องมาคุยถึงวันๆนี้นอกจากเขียนหนังสือ และหาลู่ทางเรียนต่อแล้ว ทำอะไรอีกบ้าง
P:ก็.... ส่วนมากก็อยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหนมากมายเท่าไร ตอนนี้ กำลัง ติดซีรีย์ หนังฝรั่งอยู่ อย่างสนุกสนาน ก็สำหรับบ้านที่มีทรูวิชชั่น ก็ แนะนำเลย นะคะ NIP/TUCK ออกแนว ดราม่า ตลกร้าย เกี่ยวกับหมอศัลยกรรมสองคน CSI ไม่ว่าจะเป็น ลาสเวกัส นิวยอร์ค หรือ ไมอามี่ ดูได้หมดล่ะ เพราะว่าจะออกแนวสิบเสาะหาคนร้าย จากหลักฐานทางนิติเวช เรื่องนี้ดูแล้ว ได้ความรู้ทาง กายภาพ กับ เคมีขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว อีกเรื่องก็คงจะเป็น how I met your mother เรื่องนี้เป็นซิทคอม ตลกล้วนๆ
M:เรียกว่าเอาไว้ต่อยอดความคิดในการเขียนงานเขียน แล้วมีเวลาพักผ่อนออกกำลังกายบ้างรึป่าว
P:ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไร จะออกก็แต่กำลังกายนิ้ว เสียมากกว่า เพราะ ใช้อินเตอร์เน็ตเยอะ พอสมควร คุณแม่ก็เตือนอยู่ปาวๆ ว่า เดี๋ยวตาบอดเอา พอดีตอนนี้ มีปัญหาเรื่องสายตาอยู่ด้วย
M:จากปกนอก ขอถามนิยามตัวย่อ p k a
P:ก็....p.k.a อันที่จริงแล้ว มันก็เป็น ชื่อย่อของตัวเองนั่นล่ะ Puttarak Kate-Aim แต่จะให้บอกอย่างนั้นมันก็ ออกจะธรรรมดาไปก็เลย นิยาม ขึ้นมาใหม่ว่า Pretty Kind Animal ซึ่งก็ให้ตีความหมายในแบบของตัวเองแล้วก็คงจะเป็น "สัตว์โลกที่ ค่อนข้าง จะใจดี " ไม่ได้หมายความว่า "ทั้งน่ารักใจดี"นะ แต่ คำว่า Pretty ในที่นี้ให้ความหมายว่า "ค่อนข้าง"มากกว่า
M:แล้วเป็นสัตว์โลกชนิดไหนเอย ช้าง ม้า วัว ควาย หรือ มด?
P:ตอนแรกก็ไม่ได้ คิดว่า ตัวเอง เป็นอะไรแน่นอนหรอกนะ แต่ ระยะหลายๆปีที่ผ่านมานี่ มีคนบอกว่า เหมือน "ปลาทอง"
M:แม่ปลาทอง เพราะอะไร? เหรอ
P:เคยได้ยินแต่ "แม่ปลาบู่" ก็...ตอนแรกที่มีคนเรียกแบบนั้นก็เพราะว่า เราความจำสั้นเหมือนปลาทอง แล้วต่อมาก็กลายเป็นว่า เออ เป็น อะไรซักอย่างที่รอให้ คนมาสนใจ มาให้อาหาร (ซากุระ)บ้าง อะไรแบบนั้น ใครจะเชื่อกันล่ะว่า ปลาทองนั้น ก็อ้อนเป็น ฮ่ะๆ
M:นั่นก็คือนิยามของ สัตว์โลกผู้ใจดี
P:อืม จะว่าใจดีเลยก็ไม่ใช่ เพราะระยะหลังๆมาเริ่ม จะกลายพันฑธุ์ เริ่ม กัดจิก เจ้านายเป็น บ้างแล้ว ฮ่ะๆ
M:แล้วเดี๋ยวก็รับปริญญาแล้วเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
P:โอ้ยอันนี้ไม่อยากบอกว่า บ้าเห่อมาก จะบอกว่า ตอนนี้ เดือนตุลาใช่ไหม นี่ จองหอ จองร้านแต่งหน้าแล้ว นี่กะว่า จะไปเตรียมเช่ารถด้วยนะ
M:ตื่นเต้นมั้ย
P:ตอนนี้..ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่นะ...นี่ขนาดไม่ตื่นเต้น ก็ คิดว่า ถ้าได้รับปริญญา พร้อมๆ กับเพื่อนทุกคนก็คงจะดี ตอนที่เพื่อนๆรับปริญญากัน ก็ดีใจกับเพื่อนๆนะ แต่ในฐานะของคนที่ ไม่ได้เข้าไปร่วมด้วยก็ คงจะรู้สึกเหงาๆ ล่ะมั้ง แบบ เออ มันเป็น ปีนึงที่หายไปจากความทรงจำของเพื่อน ความทรงจำที่ไม่ได้ทำร่วมกัน
M:แต่อยากให้รู้ว่าเพือ่นจะไปรับด้วย หรือไม่ก็ส่งใจไปรับด้วยถ้าไปไม่ได้จริงๆ
P:โอ้ย รู้หรอกว่าเพื่อนน่ะยุ่งกันจะตาย แค่ส่งกำลังใจมาก็้ ชื่นใจแล้ว
M:พูดถึง มอ มีอะไรที่นึกถึงแล้วจี๊ดมั่ง
P:ถ้าจี๊ด อยากมากๆตอนนี้ก็ต้องนี่เลย เนื้อย่างชิดชล อยากกินมากๆ กับ คาราโอเกะ ใช่ อันนี้ ก็พลาดไม่ได้เช่นกัน จี้ดอย่างหลังงเหมือนกันแฮะ คาราโอเกะ อันเนื่องมากจากว่า "อยู่บ้าน" ก็อยู่จริงๆ ไม่ได้ออกไปไหนเลย เชื่อไหมล่ะว่า นี่ไม่ได้ออกจากบ้านมาครบ หนึ่งอาทิตย์ พอดีแล้ว
M:อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆ อิงค์ ยี่สิบสามบ้าง
P:อ้าว ถึงคำถามสุดท้ายแล้วเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็ ต้อง ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมาจนจบก็แล้ว กันถึงแม้ว่าจะไร้สาระกันไปบ้างก็ตามที แล้วก็ รักและ คิดถึงเพื่อนๆทุกคน ดีใจที่เรายังเป็นห่วงเป็นใย กันและกันอยู่ ก็อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไป แล้วก็ อีกอย่างหนึ่ง ก็อยากจะขอฝากฝังผลงานชิ้นใหม่เอาไว้ด้วย ก็แล้วกัน ในเว็บ www.jamsai.com กับชื่อเรื่อง COMPLEX วุ่นนักรักเรา ในนามปากกาของ probaby ตอนนี้ ก็พยายาม ที่จะเขียนตอนต่อไปอยู่ ก็ฝากให้ช่วย ติดตามกันด้วยนะ ขอบคุณมากค่ะ
M:และนี่ก้เป็นอีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ของ สัตว์โลก ที่ค่อนข้างใจดี ปลาทองตัวโต ที่เมื่อเพื่อนๆทุกคนเจอ จะต้องร้อง โอ้โอ พุทธรักษ์ เกตุเอม
edit @ 2007/10/05 20:30:05